ทั่วไป

โดย SMARTNEWS ONLINE

10 ธ.ค. 2561 11:11 น.

จำนวนการเข้าชม 2,147 ครั้ง

ประชาชนจากทุกจังหวัด ทั่วประเทศ ร่วมกิจกรรม ไบค์ อุ่นไอรัก เพื่อปั่นจักรยานออกกำลังกาย บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
เริ่มต้นกันที่ กรุงเทพ  บริเวณจุดสตาร์ อยู่ด้านหน้ากองทัพภาคที่ 1 ถนนราชดำเนินนอก เป็นถนนสายแรกที่ ขบวนจักรยานไบค์อุ่นไอรัก เคลื่อนผ่าน ก่อนไปยังเส้นทางอื่นๆ  ตลอดเส้นทาง พสกนิกรพร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลือง และถือธงสัญลักษณ์ไบค์ อุ่นไอรัก มาเฝ้าฯ รับเสด็จ ฯ  ในหลวงรัชกาลที่ 10 

หลายคน บอกว่า ดีใจที่ได้เห็นในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงมีพลานามัยแข็งแรง และถือเป็นแบบอย่างที่ดี ให้คนไทยได้หันมาออกกำลังกายกันมากขึ้น 

สำหรับกิจกรรมปั่นจักรยานไบค์อุ่นไอรัก ฝนหลวง ทรงมีพระราชประสงค์ ให้จัดขึ้น เพื่อร่วมแสดงพลัง ในการออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน ให้มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง และร่วมรณรงค์ ส่งเสริมการปฏิบัติตามวินัยจราจร 

พร้อมกันนี้ ยังให้มีการจัดงาน อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ ระหว่างวันที่ 9 ธันวาคม 2561 - 19 มกราคม 2562  โดยในปีนี้ ได้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือ บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต และ บริเวณสนามเสือป่า ทั้งนี้เพื่อเป็นการให้คนไทยได้หวนรำลึกถึงวัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิตและศิลปะอันดีงามของไทย 

ไปดูบรรยาการงาน ไบค์อุ่นไอรักในจังหวัดต่างๆกันบ้าง  เริ่มที่ จังหวัดเชียงใหม่ นักปั่นเกือบ 10,000  สวมเสื้อพระราชทาน หรือ เสื้อสีเหลือง มาร่วมงานปั่นจักรยานอุ่นไอรัก   เริ่มต้นจากศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ ไปตามถนนคันคลองชลประทาน แล้วเข้าสู่ถนนราชพฤกษ์ ไปยังอุทยานหลวงราชพฤกษ์  ก่อนจะย้อนกลับมายังจุดสิ้นสุด ที่ศูนย์ประชุมฯ รวมระยะทาง 27 กิโลเมตร   ตลอดเส้นทาง มีจุดบริการน้ำ จุดพัก รวมทั้งจุดปฐมพยาบาล เตรียมพร้อมกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน 

ทางกองทัพภาคที่ 3  ได้จัดแปรอักษร เลขสิบไทย เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10  หลังจากนั้น กำลังพลจะปั่นจักรยานออกจากค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อไปรวมตั้งขบวน ที่บริเวณสนามศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ในการร่วมปั่นจักรยานกิจกรรม Bike อุ่นไอรัก   ซึ่งจังหวัดพิษณุโลก มีประชาชนมาร่วมกิจกรรม จำนวน 6,310 คน  รวมระยะทาง 29 กิโลเมตร

ซึ่งจังหวัดพิษณุโลกนี้  เด็กชาย วรรธนะ คำอินทร์ อายุ 14 ปี หรือ น้องทาม หนูน้อยพิการไร้แขน ก็นำจักรยานพระราชทาน  เดินทางมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ พร้อมกับ พ่อแม่ และ พี่ชาย ด้วย

ส่วนที่ จ. เลย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นำขบวนปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ กว่า 6,000 คน ออกจากหน้าศาลากลางจังหวัด จากนั้นนักปั่น ยังได้แปรอักษร  “รักเลย” ก่อนเดินทางต่อไปตามเส้นทางที่กำหนดระยะทาง 29 กิโลเมตร   งานนี้มีคุณยาย กุ่ม  วังคีรี  อายุ 86 ปี  เข้าร่วมด้วย โดยคุณยาย  บอกว่า ถึงจะอายุมากแล้ว แต่อยากทำเพื่อความจงรักภักดี ต่อในหลวง รัชการที่ 10  

ที่จังหวัดตราด นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ปล่อยตัวนักปั่น ที่เข้าร่วมกิจกรรม ไบค์ อุ่นไอรัก  โดยที่นี่ กำหนดเส้นทางปั่น เป็น 4 เส้นทาง แบ่งเป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร   9 กิโลเมตร  29 กิโลเมตร  และระยะทางไกลที่สุด 109 กิโลเมตร  โดยการปั่นในระยะทาง 109 กิโลเมตรนี้ จะใช้เส้นทางจากหน้าศาลากลางจังหวัด มุ่งหน้าอ่างเก็บน้ำเขาระกำตอนล่าง กลับเข้าถนนสุขุมิท มุ่งหน้าอำเภอเขาสมิง ก่อนปั่นกลับเข้าสู่เมืองตราด และสิ้นสุดที่หน้าศาลากลางจังหวัดซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น  สำหรับจังหวัดตราด มีผู้มาลงทะเบียนมากถึง 5,000 คน

ที่ประจวบคีรีขันธ์  นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ  เปิดกิจกรรม ไบค์ อุ่นไอรัก  ในเส้นทาง 29 กิโลเมตร  โดยเส้นทางจักรยานของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในครั้งนี้ เป็นเส้นทางที่สวยงาม  ได้รับการขนาานามว่า เมืองสามอ่าว เนื่องจากเป็นเส้นทางปั่นที่เลียบอ่าวประจวบคีรีขันธ์  เริ่มต้นจากหน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ผ่านศาลหลักเมือง  ไปยัง อ่าวประจวบคีรีขันธ์   อ่าวมะนาว    และอ่าวน้อย  รวมระยะทาง 29.9 กิโลเมตร   ท่ามกลางอากาศแจ่มใส โดยผู้ร่วมปั่นจักรยานในครั้งนี้ ต่างปลาบปลื้มใจอย่างมากที่ได้ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ

ปิดท้ายกันที่ ไบค์ อุ่นไอรัก จ.สงขลา นายวีรนัน เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนจักรยาน มีผู้พิการจังหวัดสงขลา นั่งวีลแชร์ร่วมในขบวนตามด้วย  และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรม ในครั้งนี้กว่า 10,000 คน แม้ว่าจะมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรค 

การปั่นครั้งนี้ ผ่านสะพานติณสูลานนท์ ซึ่งถือเป็นจุดไฮไลต์ของจังหวัดสงขลา  เป็นสะพานคู่ขนานข้ามทะเลสาบที่ยาวที่สุดในประเทศ  รวมระยะทาง 29 กิโลเมตร  ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรม ไบค์ อุ่นไอรัก ครั้งนี้ต่างรู้สึกภาคภูมิใจ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ และส่งเสริมการออกกำลังกาย รวมทั้งนังเป็นการแสดงพลัง และเสริมสร้างความสามัคคี ของคนในชาติอีกด้วย




ที่มา: True4U Smart News Online
บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด
118/1 อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ฝ่ายรายการ : 028588376
ฝ่ายโฆษณา : 027649679, 0829931560
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ : 028588664


©2015 True4U. All Rights Reserved.