ทั่วไป

โดย SMARTNEWS ONLINE

15 ธ.ค. 2560 11:00 น.

จำนวนการเข้าชม 599 ครั้ง

ยายวัย 72 ปี ร้องตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนทำคดีหวย 6 ล้านหาย ก่อนเพื่อนบ้านนำไปขึ้นเงิน พร้อมขอให้ส่งลอตเตอรี่เจ้าปัญหาตรวจดีเอ็นเอหาเจ้าขอที่แท้จริง
ตำรวจกองปราบปราม พา คุณยายประดับ จันทร์อ่วม วัย 72 ปี ชาวจังหวัดสุพรรณบุรี มายื่นหนังสือกับตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อขอความเป็นธรรมโดยขอให้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี และให้อายัดตัวผู้ต้องหา คือ นางสาวพรทิพย์ ปาลวงษ์ พร้อมทั้งส่งลอตเตอรี่ของกลางไปตรวจหาดีเอ็นเอของเจ้าของที่แท้จริง

พันตำรวจเอก นิมิตร แสงอรุณ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า หลังจากนี้ได้สั่งเปลี่ยนตัวพนักงานสอบตามที่นางประดับร้องขอ และให้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายมาประกอบสำนวนว่าฝ่ายไหนเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลที่ 1 ที่แท้จริง นอกจากนี้ ก็จะทำหนังสือขอส่งลอตเตอรี่ของกลางไปตรวจดีเอ็นเอด้วย ซึ่งคาดว่าน่าจะคลี่คลายคดีนี้ได้ในเร็ว ๆ นี้

ขณะที่ คุณยายประดับ บอกว่า หลังจากทำลอตเตอรี่หาย ได้ช่วยกันเดินตามหาและสอบถามผู้ที่มาร่วมงานศพ ก็ไม่พบว่ามีใครเจอสลากดังกล่าว กระทั่งผลการออกสลากกินแบ่งออก จึงได้รู้ว่ามีผู้นำลอตเตอรี่ไปลงบันทึกประจำวัน ซึ่งในวันที่ลอตเตอรี่หายบุคคลดังกล่าวได้มาร่วมงานศพด้วย จึงมั่นใจว่าลอตเตอรี่ใบนั้นเป็นของตนอย่างแน่นอน

ด้าน นางสาว พรทิพย์ (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงแต่ได้รับแจ้งจากบิดามารดาว่า น.ส.พรทิพย์ ไม่อยู่ พร้อมปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดในเรื่องนี้

ส่วนลอตเตอรี่อลเวงอีกคดีหนึ่ง ที่จังหวัดนนทบุรี หลังจากนายประยูร ขันธ์ขาว อายุ 61 ปี คนขับแท็กซี่ ที่อ้างว่าซื้อหวยรางวัลที่ 1 และรางวัลข้างเคียง งวดวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา 

ล่าสุด สองสามีภรรยาเจ้าของแผงขายล็อตตารี่ ที่คนขับแท็กซี่อ้างว่าซื้อจากตน ได้นำหลักฐานต้นขั้วหมายเลขลอตเตอรี่ทั้ง 10 เล่ม มาด้วย

ซึ่งจากการจรวจสอบหมายเลขต้นขั้วทั้ง 10 เล่ม ปรากฏว่าทั้งหมดไม่มีหมายเลขที่ขึ้นต้นด้วย 533 ซึ่งเป็นหมายเลข 3 ตัวแรกของรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พศจิกายน 2560 แต่มีหมายเลขที่ใกล้เคียงกัน อยู่เพียงหมายเลขเดียวที่ คือ 5533 ซึ่งคิดว่า ลุงประยูร อาจะมีการจำผิดผลาดไป

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดและคนขาย ก็ไม่พบว่าลุงประยูรไปซื้อลอตเตอรี่ ในวันที่ 27 ตุลาคม ตามที่กล่าวอ้าง หลังจากนั้นลุงอ้างว่าจำวันผิด น่าจะเป็นวันที่ 30 ตุลาคม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปตรวจสอบให้อีกครั้งก็ไม่พบว่ามีการเข้าไปซื้ออีก 

อย่างไรก็ตาม นายประยูร ขันธ์ขาว อ้างอีกว่า ในความคิดตนหยิบลอตเตอรี่ที่ถูกมากับมือจำนวน 2 ใบรางวัลที่ 1 และเลขข้างเคียง ซึ่งตนเชื่อว่าถูกรางวัลที่ 1 จริง โดยหลังจากนี้จะเดินหน้าหาหลักฐานด้วยตัวเองต่อไป

ขณะที่ ความคืบหน้าการสอบสวนหาเจ้าของที่แท้จริง ของลอตเตอรี่จำนวน 30 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งครูและอดีตข้าราชการตำรวจ ต่างออกมาอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของ 


ล่าสุด นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษ บอกว่า ยืนยันว่า ตนซื้อลอตเตอรี่มาจากแม่ค้าที่ตลาดจริง แล้วใส่กระเป๋าเสื้อทำหาย คิดว่าเงินรางวัลที่ได้มีเทวดาให้มาส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นก็คิดเสียว่าเป็นการทดสอบ สุดท้ายถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้เงินก้อนนี้กลับมาจริงๆหรือถึงขั้นทำให้ถูกดำเนินคดีก็ไม่เป็นไรคิดเสียว่าเป็นการทดสอบเพราะเรื่องจริงมันก็เป็นเรื่องจริงใครจะบิดเบือน อย่างไรเจ้าตัวก็รู้อยู่แก่ใจว่าทำอะไรลงไปบ้างและพร้อมที่จะเข้าเครื่องจับเท็จถ้าอีกฝ่ายพร้อมก็ขอให้บอกมาเลย

รายงานข่าว ระบุว่า ตำรวจกองปราบ ได้เชิญตัวนายปรีชา และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูลเบื้องต้น และได้สอบถามประเด็นเรื่องในวันเวลาสถานที่ที่ซื้อสลากกินแบ่งรวมทั้งซื้อกับแม่ค้าคนไหนเพื่อมาตรวจสอบหาพิรุธกับพยานหลักฐานที่พบซึ่งจากการสอบปากคำไม่พบพิรุธ

ส่วนที่ สภ.ทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช  นายอภิชาติ พรหมจันทร์ อายุ 50 ปี อาชีพพ่อค้าขายปลาสดตามตลาดนัด เดินทางเข้าแจ้งความว่า เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ตนได้ซื้อลอตเตอรี่จากพ่อค้าชาวอีสานที่เร่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล จำนวน 2 ใบ ในราคาใบละ 100 บาท โดยมีเลขสลาก 149739 และ 149746 แต่ทำหายและเกรงว่าจะถูกรางวัลที่ 1 จึงมาแจ้งความจะได้ไม่มีปัญหาเหมือนในข่าว ซึ่งตำรวจได้รับเรื่องพร้อมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

ขณะที่ จังหวัดพิษณุโลก บริเวณตลาดนัด อบต.สมอแข พบ นางสาวสุภาวดี จันทร์ทอง หรือ “น้องกี้” อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดพิษณุโลก แต่งตัวด้วยชุดราตรีสีขาวยาวระยิบระยับ แต่งหน้าทาปากสีแดง ทาเล็บสีแดง ย้อมผมสีทอง เชิญชวนให้ลูกค้ามาเลือกซื้อลอตเตอรี่ของตนเอง สร้างความฮือฮาให้กับผู้ที่เดินเลือกซื้อของอยู่ภายในตลาดนัดกันเป็นจำนวนมาก

นางสาวสุภาวดี หรือ น้องกี้ บอกว่า ใส่ชุดราตรีขายลอตเตอรี่มาได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว เพื่อต้องการให้เป็นที่สนใจดึงดูดสายตาของลูกค้า และเพิ่มยอดขาย โดยที่ผ่านมาจะใส่ชุดราตรีตระเวนไปขายลอตเตอรี่ตามสถานที่ราชการต่างๆ และตลาดนัดในเขต อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ทุกๆ วัน เฉลี่ยแล้วจะขายได้ประมาณ 50 ใบขึ้นไป แต่ถ้าหากวันไหนตนเองสวมใส่ชุดราตรีสีแดงก็จะทำให้ขายลอตเตอรี่ได้ถึง 100 ใบเลยทีเดียว


ที่มา: True4U Smart News Online
บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด
118/1 อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ฝ่ายรายการ : 028588376
ฝ่ายโฆษณา : 027649679, 0829931560
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ : 028588664


©2015 True4U. All Rights Reserved.