ทั่วไป

โดย SMARTNEWS ONLINE

12 ก.พ. 2561 11:14 น.

จำนวนการเข้าชม 477 ครั้ง

หลังถูกพาดพิงว่าเป็นอดีตผู้ใหญ่กรมอุทยานฯ ที่ประสานให้คณะ นายเปรมชัย กรรณสูตร เข้าพื้นที่ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ตำรวจได้ออกหมายเรียก นายนพดล พฤกษะวัน เข้าให้ปากคำ โดยได้รับการประสานจะเข้าพบตำรวจ ปทส.ภายในสัปดาห์นี้
พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ ปทส. ออกหมายเรียกนายนพดล พฤกษะวัน อดีตข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ถูกระบุว่าเป็นคนประสานให้นายเปรมชัย กรรณสูตร กับพวก รวม 4 คน เข้าพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เข้าให้ปากคำในฐานะพยาน 

พันตำรวจเอกสุวัฒน์ อินทสิทธิ์ รองผู้บังคับการ ปทส. บอกว่า ได้ส่งหมายเรียกให้นายนพดลเข้าให้ปากคำในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ และโทรศัพท์ติดต่อกับนายนพดลแล้ว ซึ่งก็ได้ตอบรับว่าจะเข้าให้ปากคำ ระหว่างวันที่ 15 ถึง 16 กุมภาพันธ์ นี้ แต่ยังไม่ได้ระบุเวลาชัดเจน ซึ่งเชื่อว่า นายนพดล จะเดินทางมาตามหมายเรียก แต่หากไม่มา ก็จะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หากยังไม่มาอีก ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

วันนี้ (12 ก.พ.) ตำรวจภูธรภาค 7 นัดหารือแนวทางการสอบสวนคดีว่า ยังมีประเด็นใดที่ต้องสอบปากคำ หรือหาพยานหลักฐานเพิ่มอีกหรือไม่ ซึ่ง พลตำรวจโทกิตติพงษ์ เงามุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 มอบหมายให้ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7  ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนดูแล และอาจต้องลงพื้นที่ดูที่เกิดเหตุซ้ำอีกครั้ง ส่วนพยานหลักฐานในคดีนี้จัดทำเป็นหมวดหมู่ และทยอยส่งกองพิสูจน์หลักฐานไปตรวจสอบแล้วประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์

มีรายงานว่า นายวิเชียร  ชิณวงษ์  หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก นำเจ้าหน้าที่ 2 นาย ซึ่งทำหน้าที่บริเวณประตูทางเข้า-ออก และเป็นผู้เปิดให้นายเปรมชัย พร้อมพวก เข้าไปลักลอบล่าสัตว์ป่า มาให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อให้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อสรุปสำนวนทางคดีต่อไป ส่วนตัว นายวิเชียร กล่าวขอบคุณในทุกกำลังใจ ยืนยันไม่ท้อถอย และเจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมสู้ผู้ดูแลผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวรต่อไป

ด้าน นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช บอกว่าวันอังคารที่ 13 ก.พ. จะลงพื้นที่กับสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ หรือ พฐ. เก็บหลักฐานเพิ่มเติมบริเวณห้วยปะชิ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก และไล่เรียงลำดับเหตุการณ์อีกครั้ง หลัง นายเปรมชัย พยายามเบี่ยงประเด็น ไม่ให้เชื่อมโยงการล่าสัตว์ป่า 

รวมถึงเตรียมทำสำนวนการสอบสวนเป็นการจ้างวาน บงการ ซึ่งมีโทษหนักกว่าการล่าสัตว์ หลังผู้ต้องหาไม่รับสารภาพและตั้งทนายมาต่อสู้คดี แต่พฤติการณ์ชัดเจน ว่า นอกจากอาวุธปืนไรเฟิลแล้ว ยังมีมีดชำแหละ มีดสับกระดูก และเกลืออีก 4 ถุง รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่ส่งให้ห้องปฏิบัติการตรวจพิสูจน์ อาทิ ผลพิสูจน์ชิ้นเนื้อเสือดำ เป็นวัตถุพยานยืนยัน มัดตัวผู้กระทำผิดทั้งหมด  ชุดพญาเสือจะสรุปสำนวนการสอบสวน ถือว่านายเปรมชัย พยายามฆ่าและบงการล่าสัตว์ เพื่อให้ได้รับโทษสูงสุด โดยไม่รอลงอาญา ตามบทลงโทษลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตพื้นที่หวงห้าม มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มีผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนจาก “นิด้าโพล” เรื่อง “การลักลอบล่าสัตว์ป่า ในเขตหวงห้าม” เกี่ยวกับความเหมาะสมของบทลงโทษในการลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตพื้นที่หวงห้าม ซึ่งโทษคือ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 51.28 ระบุว่า เหมาะสมอยู่แล้ว เพราะ เป็นบทลงโทษที่สมเหตุสมผลกับการกระทำผิดแต่ก็มีถึง ร้อยละ 47.52 บอกว่า บทลงโทษน้อยเกินไป อยากให้เพิ่มบทลงโทษให้มากกว่านี้ เช่น จำคุก 5 - 20 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  ส่วนผลสำรวจร้อยละ 1.20 บอกไม่แน่ใจกับบทลงโทษนี้



ที่มา: True4U Smart News Online
บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด
118/1 อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ฝ่ายรายการ : 028588376
ฝ่ายโฆษณา : 027649679, 0829931560
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ : 028588664


©2015 True4U. All Rights Reserved.