ภูมิภาค

โดย SMARTNEWS ONLINE

13 ก.พ. 2561 09:59 น.

จำนวนการเข้าชม 489 ครั้ง

ผู้กำกับการ สภ.สวี จังหวัดชุมพร ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุ ตายายถูกวางยาพิษในแทงค์น้ำดื่มในบ้าน ก่อนถูกหามส่งโรงพยาบาล ด้านชุดสืบสวนพบขวดยาพิษในบ้านผู้ต้องสงสัย
ทีมข่าวเดินทางไปยังโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เพื่อติดตามอาการของนายสุวรรณ บริคช อายุ 76 ปี  และนางธิดา บริคช อายุ 63 ปี โดยพยาบาลพาเข้าไปพบนางธิดา โดยให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากตนและสามีดื่มน้ำที่ต่อจากแทงค์น้ำหลังบ้านเข้าไปรู้สึกเจ็บคอ ปวดแสบปวดร้อน ปั่นป่วนในช่องท้อง ลูกสาวจึงรีบนำตัวทั้งสองคนส่งโรงพยาบาล ให้แพทย์ล้างท้องเพื่อเอาสารพิษออกจนอาการดีขึ้นแล้ว แต่แพทย์ยังไม่สามารถระบุได้ว่าสารพิษที่พบเป็นสารเคมีอะไร ตนไม่อยากสงสัยว่าใครเป็นคนทำ ไม่ขอถือโทษ และพร้อมจะให้อภัย ไม่คิดอาฆาตใครทั้งสิ้น สำหรับสามีนั้นอาการดีขึ้นกว่าตนเอง และสามารถเดินลงจากชั้น 5 มาเยี่ยมทุกวัน

นายแพทย์ ฉัตรชัย ศรีนามวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เปิดเผยว่า อาการล่าสุดของนายสุวรรณ และนางธิดา อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยแล้ว คิดว่านอนพักอีก 1-2 วันคงสามารถกลับบ้านได้ ส่วนการตรวจสอบในร่างกายแพทย์ไม่พบสารเคมีในปริมาณมาก ซึ่งอาจเป็นเพราะแทงค์น้ำมีขนาดใหญ่ จึงทำให้สารเคมีซึ่งมีน้อยที่ตกลงไปเกิดการเจือจาง

ด้าน พันตำรวจเอก คำสิงห์ ศรียาภัย ผู้กำกับการ สภ.สวี จังหวัดชุมพร ระบุว่า ชุดสืบสวนพบว่าในบ้านหลังที่อยู่ใกล้กัน มีขวดสารเคมีที่ใช้ในสวนทุเรียน มีฤทธิ์เป็นยาฆ่าแมลง เป็นขวดแก้วสีชา แตกหัก จึงได้ตรวจสอบพบว่า ฉลากที่ติดขวดยังมีสภาพใหม่ เป็นยาเคมีที่ชาวสวนทุเรียนชอบใช้ มีขายทั่วไปในร้านขายยากำจัดศัตรูพืช โดยเฉพาะในหมู่บ้านดังกล่าว ซึ่งมีชาวสวนทุเรียนหลายสิบหลังและสวนทุเรียนนับร้อยไร่ จากจุดที่พบ เป็นไปได้ว่าเมื่อผู้ที่ใช้ยาพิษในขวดดังกล่าวเสร็จ จึงขว้างขวดทิ้งลงไปในเหวดังกล่าว อีกทั้งน้ำยาเคมีในขวดเมื่อผสมกับน้ำ จะทำให้น้ำกลายเป็นสีขุ่นขาว คล้ายกับน้ำในแท้งค์ที่ถูกใส่ยาพิษ จึงใช้อุปกรณ์ครอบชิ้นส่วนของขวดแก้วดังกล่าว เพื่อให้หน่วยพิสูจน์หลักฐาน มาเก็บรายละเอียด ทั้งรอยนิ้วมือและสารพิษในขวดที่ยังมีคราบ ว่าตรงกับน้ำในแท้งค์หรือไม่

รายงานข่าว ระบุว่า สาเหตุส่วนหนึ่งอาจเกิดจาก ผู้ที่อยู่บ้านใกล้กันเห็นว่า ที่ดินในบริเวณดังกล่าว ไม่มีเอกสารสิทธิ์ใดๆ ชาวบ้านมาจับจองมานานนับสิบปี จึงจ้องฉวยโอกาสจะรุกที่ดินของนายสุวรรณ และนางธิดา โดยมีพฤติกรรมมาหยิบทรัพย์สินแบบไม่เกรงใจ คล้ายจะทำให้ครอบครัวผู้เสียหายหวาดกลัว แล้วหลบไปอยู่ทีอื่น แต่ นายสุวรรณ และนางธิดา บอกว่า ไม่เคยแสดงอาการหวาดกลัว จนนำมาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในส่วนของยาพิษ จากประสบการณ์ พอจะทราบว่า เป็นสารพิษที่ใช้ทางการเกษตร เพื่อฆ่าแมลง หรือ ฆ่าหญ้าในสวนยางพารา จะบรรจุในขวดแก้ว มีตรากะโหลกไขว้ แสดงถึงความรุนแรงของสารพิษ แต่ไม่รู้ยี่ห้อ เนื่องจากมีหลายยี่ห้อที่ขายกันในหมู่บ้าน

ที่มา: True4U Smart News Online
บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด
118/1 อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ฝ่ายรายการ : 028588376
ฝ่ายโฆษณา : 027649679, 0829931560
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ : 028588664


©2015 True4U. All Rights Reserved.