ทั่วไป

โดย SMARTNEWS ONLINE

28 พ.ค. 2561 12:08 น.

จำนวนการเข้าชม 624 ครั้ง

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ยืนยันกระแสข่าวนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพระพุทธะอิสระ ป่วยจนต้องนั่งรถเข็น เป็นเรื่องจริง จากอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาททำให้ปวดหลัง เดินได้สะดวกแต่อาการไม่น่าห่วง
พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ยอมรับว่า นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพระพุทธะอิสระ ผู้ต้องหาคดีอั้งยี่ ซ่องโจร และปลอมพระปรมาภิไธย ป่วยจนต้องนั่งรถเข็น หลังถูกคุมตัวไปฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จริง โดยมีอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท และมีอาการปวดหลัง ทำให้ต้องนั่งรถเข็น และเป็นอาการป่วยก่อนที่จะถูกควบคุมตัวมายังเรือนจำซึ่งล่าสุดแพทย์ของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ได้ตรวจอาการแล้ว พบว่าไม่น่าเป็นห่วง และไม่ได้มีความเห็นว่าต้องนำตัวออกไปรักษาโรงพยาบาลภายนอกหรือไม่

ซึ่งการบุกจับอดีตพระพุทธะอิสระ เป็นที่วิจารณ์หนักช่วงที่ผ่านมา แม้แต่ นายกรัฐมนตรี ยังออกปากว่าเป็นภาพไม่เหมาะสม และขอโทษแทนการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า การที่นายกฯเอ่ยขอโทษเป็นการเลือกปฏิบัติ หรือมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกันหรือไม่  ซึ่งมีคำชี้แจงว่า การกล่าวขอโทษไม่ได้เข้าข้างใคร แต่ขอโทษเพราะเจ้าหน้าที่ทำไม่เหมาะสม ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นในเขตวัดหรือสังฆาวาส อาจกระทบต่อความรู้สึกของพุทธศาสนิกชนได้ พร้อมยืนยันว่าไม่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวใดๆ กับอดีตพระพุทธอิสระ และไม่เคยคิดนำเรื่องส่วนตัวไปปะปนกับการบริหารบ้านเมือง พร้อมย้ำว่ารัฐบาลยึดหลักกฎหมายและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย หากกระทำผิดต้องได้รับโทษเช่นเดียวกัน

ขณะที่ พลตรีนายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งย้าย พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวมถึงผู้บังคับบัญชาชุดปฏิบัติการที่บุกจับอดีตพระพุทธะอิสระ  โพสต์ยังระบุว่าการดำเนินการของฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าวคือ การทำลายความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประชาชนกับตำรวจ ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งต่อภารกิจพิทักษ์สันติราษฎร์ ทำลายภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจ

ด้าน พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงภาพบุกจับกุมอดีตพระพุทธอิสระว่า ได้ประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าอย่างรอบคอบ และรัดกุม เพื่อให้ไม่เกิดการประทะ หรือเกิดการสูญเสีย โดยมีการทำยุทธวิธีให้รัดกุมมากที่สุด เนื่องจากภายใน กุฏิ ของ อดีตพระพุทธะอิสระ มีพื้นที่ที่ห้ามคนนอกเข้า แต่จากการสำรวจของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ พบว่า พื้นที่บริเวณนั้น มีการ์ดของ กปปส. อาศัยอยู่ และพบว่ามีอาวุธร้ายแรงจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องระมัดระวัง และวางแผนใช้เจ้าหน้าที่ชุดที่มีอาวุธติดตัว นำกำลังเข้าจับกุม เพื่อป้องกันตัว



ที่มา: True4U Smart News Online
บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด
118/1 อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ฝ่ายรายการ : 028588376
ฝ่ายโฆษณา : 027649679, 0829931560
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ : 028588664


©2015 True4U. All Rights Reserved.