ทั่วไป

โดย SMARTNEWS ONLINE

7 ก.ย. 2561 12:05 น.

จำนวนการเข้าชม 723 ครั้ง

เกิดเหตุการณ์สุดสลดใจที่ไม่น่าเกิดขึ้น เมื่อนักธุรกิจหญิงวัย 41 ปี ขับรถกระบะ 4 ประตูลุยน้ำท่วมอุโมงค์ลอดทางรถไฟของหมู่บ้านหรู ย่านประเวศ แต่จู่ๆ เครื่องยนต์ดับกะทันหัน แม้รีบโทรศัพท์เรียกคนมาช่วย แต่ระดับน้ำทะลักสูงขึ้นเรื่อยๆ หนีไม่ทัน สุดท้ายเสียชีวิตติดอยู่ในรถ
อาสาสมัครกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ กทม.ใช้รถแบ็คโฮ ลากรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ รีโว่ สีดำ ทะเบียน 7 กต 2080 กรุงเทพมหานคร ขึ้นมาจากน้ำ ภายในอุโมงค์ทางลอดทางรถไฟ ทางเข้าหมู่บ้านโกลเด้นนครา ถนนมอเตอร์เวย์ ที่เชื่อมต่อไปยังซอยอ่อนนุช 65 แยก14 แขวงและเขตประเวศ กรุงเทพฯ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบ 

หลังช่วงดึกวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สน.ประเวศ ได้รับแจ้งเหตุรถจมน้ำ และ นางสาวภานุมาศ แซ่แต้ อายุ 41 ปี เป็นผู้ขับและเสียชีวิต ติดอยู่ภายในรถ เนื่องจากขาดอากาศหายใจ โดยเจ้าหน้าที่สามารถนำศพอออกมาจากรถได้เมื่อเวลา 05.00 น.ก่อนนำศพส่งสถาบันนิติเวช เพื่อพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิต

พันตำรวจเอก อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผู้กำกับการ สน.ประเวศ เดินทางมาอำนวยการสูบน้ำออกจากอุโมงค์ บอกว่า เตรียมสอบสวน รปภ.และผู้ที่เกี่ยวข้องของหมู่บ้านโกลเด้นนครา ถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น เบื้องต้นเกิดจากเครื่องสููบน้ำของหมู่บ้านเสีย จนทำให้น้ำไหลย้อนกลับลงมาท่วมในอุโมงค์ 

ด้าน นายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ผู้อำนวยการเขตประเวศ เปิดเผยว่า อุโมงค์ที่เกิดเหตุเป็นอุโมงค์ลอดทางรถไฟภายในหมู่บ้าน มีความยาวประมาณ 100 เมตร ลึก 2 เมตรครึ่ง ซึ่งหมู่บ้านได้ขออนุญาตการรถไฟสร้างขึ้น พร้อมกับติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าคืนเกิดเหตุ ท่อส่งน้ำแตก หมู่บ้านจึงปิดเครื่องสูบน้ำ และเป็นจังหวะที่ผู้เสียชีวิตขับรถออกจากหมู่บ้านลุยน้ำในอุโมงค์ แต่เครื่องยนต์ดับกะทันหัน ขณะนั้นน้ำท่วมประมาณ 1 เมตร ผู้เสียชีวิตพยายามโทรแจ้งญาติและครอบครัวให้ออกมาช่วยเหลือ แต่เมื่อไปถึงพบว่า ภายในอุโมงค์น้ำท่วมเต็มแล้ว

กรณีที่เกิดขึ้น ทนายความรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม บอกว่า กรณีนี้มีประเด็นอยู่ที่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย หรือเป็นความประมาทของผู้มีหน้าที่ดูแลทางลอดทางรถไฟ  และต้องดูว่าเหตุการณ์อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยงานรัฐ เอกชน หรือนิติบุคคล  ซึ่งหน่วยงานที่เป็นเจ้าของ จะต้องคอยสอดส่อง  เช็คระบบการทำงานของไฟฟ้า เครื่องปั้มน้ำ ให้ใช้งานได้ตลอดเวลา เนื่องจาก พรบ.ควบคุมอาคาร ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า การก่อสร้างอาคาร ตึก โรงงาน สะพาน และอุโมงค์ ต้องมีเครื่องสูบน้ำไว้ใช้งาน กรณีมีน้ำฝนไหลทะลักเข้าในพื้นที่ และหากตรวจสอบแล้วพบว่า มีการกระทำผิดโดยประมาท จริง  ผู้ดูแลระบบระบายน้ำ จะต้องรับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งครอบครัวผู้เสียชีวิตมีสิทธิ์ที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายกับหน่วยงานรับผิดชอบ ตามประมวลกฏหมายแพ่งพาณิชย์มาตรา 420 ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ กระทำให้บุคคลอื่นเกิดความเสียหาย ได้

แต่ถ้าหากใครเกิดอยู่ในสถานการณ์รถจมน้ำแบบนี้ จะมีวิธีเอาตัวรอดได้อย่างไร สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ตั้งสติ และนำตัวเองออกมาจากตัวรถให้ได้ แต่ขณะที่รถจมน้ำลึก จะทำให้ประตูรถจะเปิดไม่ออก ถ้าเป็นได้ให้รีบลดกระจกลง เพื่อให้น้ำเข้ามาในรถ เมื่อน้ำในรถและนอกรถระดับเท่ากัน จะทำให้สามารถเปิดประตูรถได้  แต่ประตูเปิดไม่ได้ กระจกก็ลดลง ต้องทุบกระจกให้แตก ซึ่งในรถทุกคันจะมีหมอนรองศีรษะ ใช้ก้านเหล็กหมอนรองศีรษะทุกกระจกให้แตก 

ที่มา: True4U Smart News Online
บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด
118/1 อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ฝ่ายรายการ : 028588376
ฝ่ายโฆษณา : 027649679, 0829931560
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ : 028588664


©2015 True4U. All Rights Reserved.