ทั่วไป

โดย SMARTNEWS ONLINE

24 ก.ย. 2561 11:51 น.

จำนวนการเข้าชม 1,846 ครั้ง

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่อาชญากรรม หลังเมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา ได้นำหลักฐานเข้าร้องเรียนการวิ่งเต้นคดีให้ เอมี่ นางสาวอาเมเรีย จาคอป พ้นคดีจำหน่ายยาเสพติด พร้อมปล่อยคลิปเสียงการสนทนาเรื่องเงินทำคดีความระหว่างบุคคลคดีหนึ่ง โดยเสียงฝ่ายชายคล้ายทนายความ ษิทรา เบี้ยบังเกิด ล่าสุดเมื่อคืนนี้ นายอัจฉริยะ ปล่อยอีก 2 คลิปเสียง
นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ อดีตประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ไลฟ์เฟซบุ๊กเปิดคลิปเสียง 2 คลิป โดยทั้ง 2 คลิป เจ้าตัวไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเสียงใคร ไปฟังคลิปแรกก่อน เป็นเสียงสนทนาระหว่างชายกับหญิงคู่หนึ่ง พูดคุยกันเรื่องเสียเงินวิ่งเต้นคดีให้กับทนายความคนดัง คลิปนี้ใช้ชื่อว่า กุ้งมังกรตัวละ 5 หมื่น

ส่วนคลิปที่ 2 เป็นเสียงผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นข้าราชการกับผู้เสียหายชาย พูดคุยถึงเรื่องทนายคนดัง เรียกเงินไปให้ข้าราชการเพื่อวิ่งเต้นคดี ซึ่งเป็นเงินถึง 7 แสนบาท แถมยังเอาชื่อข้าราชการคนดังกล่าวไปอ้างอีกด้วย

นอกจากนี้ในไลฟ์สด นายอัจฉริยะ ยังพูดถึงพฤติกรรมคนรูปหล่อ โดยอ้างถึงไฮโซสาว ซึ่งถูกคนรูปหล่อเข้าฉุดกระชากถึงในบ้าน ต่อมาคนรูปหล่อรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง แต่กลับโยนความผิดว่าสาวไฮโซสมยอม และแอบถ่ายคลิปวิดีโอ 

ช่วงท้ายไลฟ์สด นายอัจฉริยะ ยังย้อนพูดถึงคลิปกุ้งมังกรตัวละ 5 หมื่น โดยบอกว่าจะเป็นตัวไขปริศนาทั้งหมด ซึ่งขณะนี้คลิปดังกล่าวอยู่ในมือแล้ว โดย "กุ้งมังกร" มีการไปตกลงสัญญากันแถววัดดังแห่งหนึ่ง พร้อมยืนยันว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นการออกมาต่อต้านขบวนการค้ายาเสพติด ทุจริตคอรัปชั่นในวงราชการ การวิ่งเต้นล้มคดีค้ายาเสพติด ช่วยผู้ต้องหาพ้นผิด  พร้อมบอกว่าจะมีอะไรตามมาอีกมา ภายใน 3 วันนี้อย่ากระพริบตา ซึ่งถ้าเกิดอะไรขึ้นพร้อมรับผิดชอบ มั่นใจว่าพยานหลักฐานที่เก็บรวมมาเป็นเดือน พบข้อพิรุธเป็นจำนวนมาก โดย "กุ้งมังกรตัวละ 5 หมื่น" จะเป็นตัวไขปริศนา เพราะเป็นผู้รู้เหตุการณ์ในที่เกิดเหตุทั้งหมด จะทำให้สังคมได้รู้ว่า ทำไมดาราสาวถึงหลุดคดียาเสพติดได้  และในวันนี้ นายอัจฉริยะ จะนำพยานปากสำคัญ เข้าพบกับพนักงานอัยการ เพื่อขอให้อัยการยื่นอุทธรณ์คดีนางสาวอาเมเรียค้ายาเสพติดหลังศาลชั้นต้นยกฟ้อง

ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้ มีการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่นายอัจฉริยะ เข้าร้องเรียนการวิ่งเต้นคดีช่วยเหลือ นางเอกสาวเอมี่ ซึ่งมีพลตำรวจตรีสมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นประธาน และ 1 ในคณะกรรมการ มี พันตำรวจเอกทนงศิลป์ มณีโชติ ผู้กำกับการ สน.สายไหม ซึ่งในการร้องเรียนของ นายอัจฉริยะ มีการอ้างถึงตำรวจ สน.สายไหมอยู่ในขบวนการด้วย จึงมีความกังวลว่าอาจมีการช่วยเหลือกัน

แต่ พลตำรวจตรี สมพงษ์ ชี้แจงว่า พันตำรวจเอกทนงศิลป์ เข้ารับตำแหน่งผู้กำกับการ สน.สายไหม เมื่อเดือนมีนาคม 2561 หลังจากที่มีการสรุปสำนวนคดีของนางสาวเอมี่ให้พนักงานอัยการไปก่อนหน้านี้ คือ เมื่อเดือนธันวาคม 2560 ซึ่งจะชี้แจงกับนายอัจฉริยะในฐานะผู้ร้อง แต่หากยังมีข้อโต้แย้ง หรือไม่สบายใจก็จะเปลี่ยนตัวพันตำรวจเอกทนงศิลป์ ออกจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้

ซึ่งในวันที่ 26 กันยายนนี้ คณะกรรมการนัดหมายทางนายอัจฉริยะ มาสอบปากคำ ในฐานะผู้ร้อง ที่มีการกล่าวหาว่ามีตำรวจ 2 นาย และผู้ร่วมขบวนการอีก 3 คนเกี่ยวข้องกับการวิ่งเต้นคดี เอมี่ และการขอให้ตำรวจตรวจสอบเงินในบัญชีครอบครัวของ เอมี่ ที่มีการถอนเงินหลายล้านบาทระหว่างที่ถูกดำเนินคดี ว่าอาจเกี่ยวข้องกับการวิ่งเต้นคดี หรือไม่ ซึ่งในส่วนนี้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ยังไม่ได้รับพยานหลักฐานตามที่ นายอัจฉริยะ กล่าวอ้าง แต่ก่อนจะมีการสอบปากคำ นายอัจฉริยะ คณะกรรมการจะสอบปากคำเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพร้อมทั้งพนักงานสอบสวนที่ดำเนินคดีก่อน 

คดีนี้ นายอัจฉริยะ เข้าร้องเรียนกับ พลตำรวจโทชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา โดยนำหลักฐานที่ไม่สามารถเปิดเผยกับสื่อมวลชนได้ไปมอบให้ตำรวจ เกี่ยวกับการวิ่งเต้นคดีให้ นางเอกสาว เอมี่ พ้นคดีร่วมกันจำหน่ายยาเสพติด โดยกล่าวหาว่ามีทนายความเป็นคนกลาง มีตำรวจเกี่ยวข้อง 2 นาย และผู้ร่วมขบวนการอีก 3-4 คน ซึ่งในวันเดียวกัน ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความของ เอมี่ ก็เข้าพบผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจเช่นกัน

เมื่อมีประเด็นที่พาดพิงถึง ทนายษิทรา  ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจทนายวรยุทธ ของ นายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความครูปรีชา ใคร่ครวญ ในคดีหวย 30 ล้าน ก็มีการโพสต์ เล่าถึงการทำหน้าที่ของทนายความ ระบุว่า ทนายความมีหลายจำพวกครับ เช่น พวกที่ทำงานโดยใช้หัวคิด ทำงานโดยใช้ความรู้ความสามารถที่ได้เล่าเรียนมานำเสนอข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายต่อศาลตามความเป็นจริงเพื่อความเป็นธรรม กับอีกจำพวก คือ ทนายความที่ใช้ขาทำงาน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "วิ่งคดี"

ทนายความพวกนี้จะมั่นใจในพลังขาของตนเองมากๆบางรายเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่เที่ยวประกาศให้ชาวบ้านรู้ เที่ยวท้าทายทนายความที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามก็มีให้เห็น แต่จากประสบการณ์ที่ผมทำงานคดีมา 21 กว่าปีเห็นมานักต่อนักว่าทนายความจำพวกนี้ไม่มีใครพบความสุขเลยครับ ชีวิตบั้นปลายครอบครัวพังพินาศ ตัวเองหรือพ่อแม่ญาติพี่น้องก็ป่วย เงินที่ได้มาก็ถูกหลอกลวงเอาไปหมด

พร้อมติด #โบราณว่าไว้ “ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน” ดูกันยาวๆครับเดี๋ยวก็รู้ว่าใครทองแท้ใครทองปลอมครับ

ที่มา: True4U Smart News Online
บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด
118/1 อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ฝ่ายรายการ : 028588376
ฝ่ายโฆษณา : 027649679, 0829931560
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ : 028588664


©2015 True4U. All Rights Reserved.