ภูมิภาค

โดย SMARTNEWS ONLINE

27 พ.ย. 2561 11:44 น.

จำนวนการเข้าชม 820 ครั้ง

กรณีกระแสข่าวทางสื่อโซเชียล พี่คนหนึ่งโพสต์เรื่องราวของน้องชายตัวเองว่ามีพฤติกรรมป่วยทางจิตหลังเข้าค่ายธรรมะของโรงเรียนเมื่อ 4 ปีที่แล้ว จนต้องเข้ารับการรักษากับจิตแพทย์ ล่าสุด ปลัดอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ในฐานะของคุณพ่อของเด็กที่มีอาการ เปิดเผยว่า ลูกมีอาการหวาดกลัวระหว่างอยู่ค่ายธรรมมะ จนต้องไปรับกลับ โดยหมอบอกลูกป่วยด้วยอาการไบโพร่า
เป็นเรื่องราวที่พี่คนหนึ่ง นำเรื่องของน้องชายมาโพสต์เผยแพร่ทางออนไลน์ ว่ามีอาการผิดปกติหลังเข้าค่ายธรรมะของโรงเรียน โดยเกิดอาการหวาดผวา พูดจาวกวน ซ้ำๆ จนต้องเข้ารักษาสุขภาพจิต และจนทุกวันนี้น้องชายของเขา ยังไม่หายเป็นปกติ จนพ่อต้องให้ลูกชายพักการเรียน 

ผู้สื่อข่าวตรวจสอบเรื่องนี้ และได้พบกับ นายสุนทร ไกรมาก ปลัดอำเภอท่าแซะ จ.ชุมพร ซึ่งเป็นพ่อเด็กที่มีอาการ เล่าว่า เมื่อ 4 ปีก่อน ลูกได้เข้าค่ายธรรมะกับทางโรงเรียนโดยมีพระมาบรรยาย แต่ระหว่างที่เข้าค่ายทำกิจกรรมลูกเกิดอาการหวาดผวา ตกใจกลัว โรงเรียนจึงโทรให้ไปรับลูกกลับ จากนั้นได้พาลูกไปรักษา โดยหมอแจ้งว่า ลูกป่วยด้วยอาการไบโพร่า ซึ่งต้องรักษาด้วยการกินยาอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นลูกมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป โดยเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ลูกเคยขึ้นรถไฟฟรีจากชุมพรไปกรุงเทพโดยไม่ได้แจ้งพ่อแม่  ไม่มีเงินติดตัวไป และไม่มีโทรศัพท์  แต่ไม่ปักใจว่าสาเหตุที่ลูกเปลี่ยนไปเพราะกิจกรรมค่ายธรรมะ

ปัจจุบันลูกเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี 2 แล้ว แต่ต้องหยุดเรียน เพราะอาการกำเริบ เนื่องจากกินยาไม่ต่อเนื่อง ตอนนี้กลับมาอยู่ที่บ้านกับพ่อแม่ เพื่อรักษาอาการ โดยอาการหนักสุด บางเวลาอารมณ์ดีๆ สักพักอารมณ์จะรุนแรงขึ้นมาทันที บางครั้งเดินหายออกจากบ้านจนต้องตามหากันวุ่นวาย ซึ่งครอบครัวก็คาดหวังว่าลูกจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยลูกก็พยายามฟื้นความทรงจำของตัวเองเช่นกัน

สำหรับค่ายธรรมะที่ถูกเผยแพร่ทางออนไลน์ ข้อมูลระบุเป็นการจัดขึ้นคล้ายกับกิจกรรมปฐมนิเทศนักเรียนใหม่ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่มีลักษณะบังคับให้นักเรียนทุกคนเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งทราบว่ากิจกรรมดังกล่าวนี้จัดขึ้น 2 ครั้ง คือ ปี 2556 และ ปี 2557  โดยปี 2557 เป็นปีที่เกิดเหตุการณ์กับเด็กคนดังกล่าวขึ้น ระหว่างร่วมกิจกรรม พบว่า มีการสร้างสถานการณ์และการบรรยายในลักษณะดราม่า ให้นักเรียนร้องไห้และรู้สึกเศร้า

โดยลักษณะการจัดกิจกรรมค่ายธรรมะ มีความเห็นจาก พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักคิดนักเขียน วัดสร้อยทอง บอกว่า วิธีการที่วิทยากรส่วนมากซึ่งเป็นพระใช้ในการอบรมค่ายจริยธรรมในปัจจุบัน บางอย่างดูไม่เหมาะสม และยอมรับว่าตกใจที่ทราบว่ามีลักษณะกิจกรรมไม่เหมาะสม ซึ่งมอว่าวิธีการในการอบรมสั่งสอนสอนเด็ก ไม่จำเป็นที่จะต้องเอาภาพในแง่ลบมาใช้หรือนำมาให้เด็กดู ควรจะเอาเรื่องราวดี ๆ หรือแง่บวกมานำเสนอให้เด็กเห็นว่า ในวัยของเขา อายุเพียงแค่นี้แต่สามารถสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ได้

ที่ผ่านมาสิ่งที่พระมักจะปฏิบัติในการนำเด็กไปเข้าค่ายมีอยู่ 2 อย่างคือ ถ้าไม่ทำให้เด็กกลัว ก็จะทำให้เด็กรู้สึกว่าเด็กผิด ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นแง่ลบ ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า ไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง เพราะสามารถทำกิจกรรมสันทนาการได้มากมาย ส่วนเรื่องที่เป็นกระแสข่าวอยูู่ตอนนี้ มองว่าเป็นความไม่รัดกุม ไม่รอบคอบของคนที่เป็นวิทยากร ที่ความรู้ทางด้านจิตวิทยาอาจจะน้อยไป และอาจจะคิดว่าวิธีการเดิมๆ แบบนี้ยังสามารถใช้ได้อยู่

อย่างไรก็ตาม หลังเรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ทางโซเชียล มีรายงานว่าวันนี้ (27 พ.ย.)ทางโรงเรียน (รร. ศรียาภัย ยังไม่ต้องเอ่ยชื่อ) ที่จัดกิจกรรมค่ายธรรมะที่เป็นข่าว พร้อมผู้ปกครองของนักเรียน จะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน

ที่มา: True4U Smart News Online
บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด
118/1 อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ฝ่ายรายการ : 028588376
ฝ่ายโฆษณา : 027649679, 0829931560
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ : 028588664


©2015 True4U. All Rights Reserved.