ทั่วไป

โดย SMARTNEWS ONLINE

27 ธ.ค. 2561 12:11 น.

จำนวนการเข้าชม 2,854 ครั้ง

แม้ผลชันสูตรจากนิติเวช ระบุไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายบนร่างกายของ เด็กชายซูลุย ผิว หนูน้อยวัย 2 ขวบที่เสียชีวิตหลังหายตัวไปในป่าอ้อยถึง 9 วัน แต่พ่อและแม่ ยังคงปักใจเชื่อว่าน้องถูกฆ่า และจะส่งศพไปผ่าพิสูจน์ที่สถาบันวิทยาศาสตร์ อีกครั้ง
เมื่อวานนี้ ศพของ เด็กชายซูลุย ผิว หนูน้อยวัย 2 ขวบ ที่เสียชีวิตหลังหายตัวไปในป่าอ้อยนาน 9 วัน ถูกส่งชันสูตรสาเหตุการตายที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ โดยมีร้อยตำรวจเอกวีรยุทธ์ สุขแสง รองสารวัตรสอบสวน สภ.สระยายโสม จ.สุพรรณบุรี รับมอบอำนาจจากพ่อและแม่ ของเด็ก มารอฟังผลการชันสูตรและรับศพของเด็ก กลับ  พร้อมเปิดเผยผลการชันสูตรเบื้องต้น ที่ได้มีการผ่าพิสูจน์ถึง 2 รอบ จากแพทย์เวรประจำวัน และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ

ผลพิสูจน์ไม่พบร่องรอยบาดแผลที่เกิดจากของมีคม ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย มีเพียงการถูกกัดแทะจากสัตว์เท่านั้น ตรวจสอบกระดูกไม่มีร่องรอยแตกหัก ส่วนข้อสงสัยสภาพศพบริเวณขามีลักษณะผิดรูป เกิดจากสภาพศพที่เน่าเปื่อย ทำให้ข้อต่อตามจุดต่างๆ บิดผิดรูปไป คาดช่วงเวลาการเสียชีวิตตั้งแต่ 5-10 วัน  อย่างไรก็ตามได้มีการส่งเสื้อผ้าของเด็กตรวจหาดีเอ็นเอ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับผู้ต้องสงสัย ส่วนอาหารในกระเพาะไม่สามารถตรวจได้ เนื่องจากสภาพภายในเน่าเปื่อย ตอนนี้ยังไม่ยืนยันสาเหตุการเสียชีวิต ต้องรอผลการตรวจให้ชัดเจนอีกครั้ง

ขณะที่ นายผิว และนางมอ พ่อแม่ของเด็กน้อย เมื่อวานเข้าไปทำพิธีในจุดที่พบศพ จุดธูปเชิญวิญญาณลูก ขอให้ลูกไปสู่สุคติ และเปิดเผยด้วยว่าอยากให้ลูกมาเข้าฝัน บอกกล่าวว่า ตายยังไง เกิดอะไรขึ้นกับลูก เพื่อจะได้เอาคนผิดมารับโทษ

ทั้งพ่อและแม่ ยังคงติดใจการตาย เนื่องจากสภาพศพที่พบไม่น่าจะเกิดจากการขาดอากาศ แต่ยังคงปักใจเชื่อเบาะแสจากเด็กอีกคนที่ไปกับน้อง ที่สงสัยว่ารถไถเป็นสาเหตุที่ทำให้น้องซูลุย ผิวเสียชีวิต จึงอยากจะให้ทางตำรวจคลายปมเรื่องนี้ให้กระจ่าง ซึ่งครอบครัวจะยังไม่เผาศพของลูกชาย

และเพื่อคลี่คลายสิ่งที่พ่อแม่เด็กยังติดใจสงสัย  ทางตำรวจสุพรรณบุรี จะส่งศพไปชันสูตรอีกครั้งยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับครอบครัว

ด้าน พลตำรวจตรีคมศักดิ์ สุมังเกษตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี บอกว่า ตำรวจตั้งแนวทางการสืบสวนสาเหตุการเสียชีวิตหลายแนวทาง แต่ยังไม่ให้น้ำหนักชี้ไปทางใดทางหนึ่ง เนื่องจากต้องรอการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งผลการผ่าชันสูตรจากแพทย์นิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ  รวมถึงผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ เป็นหลักฐานสำคัญที่ศาลรับฟัง

ก่อนหน้านี้ตั้งสมมติฐานใน 2 ประเด็น คือ เด็กถูกรถไถดินทับเด็กเสียชีวิต ก่อนจะนำร่างไปอำพราง และ ประเด็นถูกบุคคลพาไปในจุดดังกล่าว แต่เมื่อมีผลชันสูตรนิติเวชออกมาในเบื้องต้น  พันตำรวจเอก กฤษณ์ วาฤทธิ์ รองผู้ว่าการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี ยอมรับว่า ก็ทำให้ตำรวจลดน้ำหนักการสืบสวน 2 ประเด็นลง แต่ยังคงเดินหน้าคลี่คลายคดีต่อ โดยเฉพาะการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุและพยานแวดล้อมอื่นๆ

ซึ่งความคืบหน้าจนถึงเมื่อวานนี้ตำรวจยังคงมีการเรียกบุคคลสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวข้องมาสอบปากคำ โดยมีการเรียกพยาน ผู้ต้องสงสัย และผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำจำนวน 30 ปาก และปากล่าสุด คือ นายเอ (นามสมมุติ) หนึ่งในผู้ต้องสงสัย ที่เป็นบุคคลไม่สมประกอบมาสอบปากคำเพิ่ม หลังมีข้อมูลว่า ชายคนดังกล่าว ได้ปั่นจักรยานมายังบริเวณจุดเกิดเหตุ จากนั้นก็หายตัวไป แต่จากการสอบสวน นายเอ ยังให้การวกวนไปมา

ไม่เพียงพ่อแม่เด็ก ชาวบ้านย่านนั้นก็ไม่ปักใจเชื่อ อย่างนายไพฑูรย์ แก้วบัวดี กำนันตำบลสระพังลาน บอกว่า ส่วนตัวก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าเด็กเสียชีวิตจากการเดินพลัดหลง เนื่องจากเด็กอายุเท่านี้ยังไม่น่าจะเดินไกลขนาดนั้น  ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ก็มีความคิดเห็นไปทิศทางเดียวกัน  รวมถึงพ่อกับแม่เด็ก เพิ่งมาทำงานเป็นวันแรก จึงไม่ได้มีปัญหาวิวาทกับใคร

ซึ่งมีความเห็นจาก แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ว่า แม้ผลชันสูตรศพจะเป็นส่วนสำคัญในการไขคดี แต่สภาพแวดล้อมในจุดที่พบศพก็ถือว่าเป็นจุสำคัญที่จะนำไปสู่การหาคำตอบว่าเด็กชายซูลุยผิว เสียชีวิตจากสาเหตุใด

ที่มา: True4U Smart News Online
บริษัท ทรูโฟร์ยู สเตชั่น จำกัด
118/1 อาคารทิปโก้ ถนนพระราม6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
ฝ่ายรายการ : 028588376
ฝ่ายโฆษณา : 027649679, 0829931560
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ : 028588664


©2015 True4U. All Rights Reserved.