โพสต์สุดท้ายก่อนเสียชีวิตและประวัติความสามารถหลากหลายของ “เพชร โอสถานุเคราะห์”
เปิดโพสต์สุดท้ายก่อนเสียชีวิตของ “เพชร โอสถานุเคราะห์” โดยข้อความในโพสต์สุดท้ายนั้นเป็นมุมมองส่วนตัวในการปฏิบัติธรรม พร้อมฝากข้อคิดดีๆไว้ให้อีกด้วย ด้านคณาอาจารย์ ลูกศิษย์ และแฟนๆต่างร่วมอาลัย
หลังจากแจ้งข่าวเศร้ากับการจากไปของ "เพชร โอสถานุเคราะห์" จากไปในวัย 63 ปี เมื่อคืนวันที่ 14 สิงหาคม 2566เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ทั้งนี้ทางครอบครัวได้เผยกำหนดการ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และ พิธีสวดพระอภิธรรม "เพชร โอสถานุเคราะห์" จัดขึ้นที่ ศาลาพีชานนท์ วัดธาตุทอง พระอารามหลวง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร มีพิธีรดน้ำศพและสวดอภิธรรมคืนแรกวันที่ 17 สิงหาคม 2566 และในวันที่ 23 สิงหาคม 2566 มีพิธีสวดพระอภิธรรม และประกอบพิธีบรรจุศพ

ขอบคุณภาพจาก FB : Bangkok University
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2566 “เพชร โอสถานุเคราะห์” ได้โพสต์ข้อความผ่านทางFacebook นับว่าโพสต์นี้เป็นโพสต์สุดท้ายก่อนที่จะเสียชีวิต โดยโพสต์ดังกล่าว ระบุข้อความว่า
“ความเข้าใจผิดของผู้ปฏิบัติธรรม คือการอยากมีสติตื่นได้นานๆ
ซึ่งไม่จำเป็นเพราะชีวิตมีเพียงปัจจุบันขณะเท่านั้น อนาคตไม่มีจริงนอกจากในความคิด
ดังนั้น เราจึงมีสติแค่ในขณะนี้ก็พอ
และเมื่อรู้ตัวว่าขาดสติ ก็กลับมามีสติใหม่ การรู้ตัวว่าขาดสติ แปลว่าสติได้กลับมาแล้ว ทำบ่อยๆ แบบนี้สติจะตื่นขึ้นจนเป็นสภาวะปกติในชีวิตประจำวันเอง
ไม่ต้องตั้งเป้าที่จะหลุดพ้นหรือบรรลุธรรมใดๆ เพราะการอยากหลุดพ้นหรือบรรลุธรรม ก็คือความคิดหรือกิเลสรูปแบบหนึ่งนั่นเอง
และการที่คุณคิดว่าการมีสติมันเป็นเรื่องในอุดมคตินั่นแหละ คือการเข้าใจผิด
ธรรมมีประโยชน์สำหรับมนุษย์ทุกคนที่วนเวียนอยู่ในกรรมและความทุกข์ ไม่ใช่แค่สำหรับพระสงฆ์องค์เจ้า
สติ หรือ ธรรม คือเรื่องธรรมดา คือเส้นผมบังภูเขาที่มีและเกิดขึ้นได้ทุกขณะ
เมื่อเราก้าวออกจากขบวนรถไฟแห่งความคิด โดยแค่รู้ตัวว่าเรากำลังตกอยู่ในความคิดเท่านั้น เราก็ได้ก้าวออกมาแล้ว!
เพชร โอสถานุเคราะห์
ปล. เห็นมีคนนำไปแชร์กันและจัดย่อหน้าทำให้อ่านง่ายขึ้น แต่มีหนึ่งจุดที่ผมปรับแก้ไขให้ถูกต้อง เลยเอามาแชร์อีกครั้งเพื่อประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติธรรมครับ”
ขอบคุณภาพจาก FB : Petch Osathanugrah
ประวัติ “เพชร โอสถานุเคราะห์”
ขอบคุณภาพจาก FB : Petch Osathanugrah
เพชร โอสถานุเคราะห์ เกิดเมื่อวันที่ 1 ม.ค.2503 เป็นบุตรชายของนายสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และนางปองทิพย์ โอสถานุเคราะห์
เรียนที่ประเทศไทยในระดับประถมในเมืองไทย ก่อนจะไปต่อระดับมัธยมศึกษาที่สหรัฐอเมริกา หลังจบแล้วกลับมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ แต่เรียนเพียงสองปีจากนั้นก็บินไปเรียนทางด้านบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด ที่มหาวิทยาลัยเซาท์เทิร์นอิลินนอยส์ สหรัฐอเมริกา
เมื่อเรียนจบก็กลับมาช่วยงานครอบครัวซักพักก็ออกมาทำธุรกิจโฆษณาตั้งบริษัทสปา แอดเวอร์ไทซิ่ง พร้อมทำนิตยสารสำหรับผู้หญิง และรายการโทรทัศน์ “ผู้หญิงวันนี้” ตามความชอบคิดสร้างสรรค์ในแบบฉบับของเขา และเข้ามาเป็นปรับโฉมมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ให้เป็น Creative University
ขอบคุณภาพจาก FB : Petch Osathanugrah
แต่ด้วยความเป็นศิลปินที่มีอยู่ในสายเลือด เพชร โอสถานุเคราะห์ ยังได้รังสรรค์ผลงานในวงการเพลงไม่น้อยไม่ว่าจะเป็นเพลง หมื่นฟาเรนไฮต์ ของวงไมโคร ขับร้อง ก่อนที่จะทำอัลบั้มแรกชุด “ธรรมดา ... มันเป็นเรื่องธรรมดา” ที่มีเพลงดังอย่าง “เพียงชายคนนี้ (ไม่ใช่ผู้วิเศษ)”
ต่อมาในปี 2550 ได้ออกผลงานอัลบั้มที่สอง “Let's Talk About Love” และในปี พ.ศ. 2551 ได้นำผลงานชุดแรกไปรีมาสเตอร์ที่ประเทศอังกฤษ และนำกลับมาวางจำหน่ายใหม่โดยเจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ตั้งใจจะออกอัลบั้มใหม่ทุก 20 ปี ซึ่งชุดที่ 3 คงออกตอนที่เพชร อายุ 80 ปี ถ้าวันนั้นเขายังคงมีชีวิตอยู่
นอกจากจะมีงานเพลงแล้วเขายังมีงานเขียนทั้งเรื่องสั้นและนิยายและชื่นชอบในงานศิลปะ ซึ่งมีชิ้นงานสะสมอยู่มากกว่า 600 ชิ้น





